- Quickly update your status - Instantly access your profile & photo comments - Connect with your friends
Upgrade to Flash Player 10 and make a "hi5 Star" today.
Your friend doesn't have a hi5 star!
KP hasn't played any games recently.
เพิ่งรู้คนนึงเวลามีใจ ก็มักจะหาเหตุผลเพื่อให้อภัยให้คนที่เรานั้นแคร์ได้เฝ้าหาข้อดีข้างในตัวเธอ มาลบที่เธอทำร้าย ปลอบให้ตัวเองมีกำลังใจรักเธอ* แต่กี่ทีแล้วที่ทน กี่หนต้องเสียน้ำตาจนฉันหมดกำลัง หมดเวลา หมดข้ออ้างกับใจจะยอมเธอแล้ว** ไม่เหลือซักเหตุผลที่ฉันจะรักเธอต่อไปใจมีแค่นี้ ให้เจ็บแค่ใหน พอเถอะพอทีทุกเสียงในใจฉันบอกให้เราเลิกกันไปเท่านี้ผู้หญิงคนเดิมไม่มีอีกแล้วเก็บไว้ในใจเป็นบทเรียนนึง ท่องไว้ให้ซึ้งเสมอ อย่ารักใครจนไม่มองความจริงที่เป็นอยู่อาจเสียเธอไปในวันนี้แล้ว ปวดร้าวไปนานก้รู้ แต่ก็ยังดีกว่าอยู่เสียใจทั้งชีวิตเพราะเธอซ้ำ *,**ฉันต้องช้ำเท่าไรไม่เห็นจะดีขึ้นเลยทั้งที่ไม่อยากเอ่ย แต่ใครมันจะทนไหวซ้ำ **รักเพื่ออะไรไม่รู้อีกแล้ว
Paste or type URL of a photo here:
© 2003-2009 hi5 Networks | English
You need an additional: hi5 Coins
เริ่มต้นพระพุทธองค์ให้ดูความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง
ลงท้ายน้อมเข้ามาที่กายใจ
โดยกำหนด "มุมมอง" ไว้ว่ากายคือส่วนที่เป็นธาตุแข็ง ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม
ดูง่ายๆว่าไออุ่นในร่างเราคงที่ไหม ดูว่าส่วนที่แข็งจะขืนอยู่ในสภาพเดิมได้ไหม
ส่วนใจนั้น ให้กำหนดมุมมองไว้เป็นความสุข ทุกข์ เฉย ไม่เที่ยงเหมือนกัน
หรือกำหนดมุมมองไว้เป็นความหมายรู้หมายจำ ไม่เที่ยงเหมือนกัน
หรือกำหนดมุมมองไว้เป็นความตั้งใจทำดี ทำชั่ว ทำกิจปกติ ไม่เที่ยงเหมือนกัน
หรือกำหนดมุมมองไว้เป็นความรู้ชัดทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจคิด ไม่เที่ยงเหมือนกัน
เรียกว่ามองกายใจโดยความเป็นขันธ์ 5 รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
ทุกขัง คือความทนอยู่ในสภาพใดๆถาวรไม่ได้
เมื่อเห็นกายใจโดยความเป็นของไม่เที่ยง
นานเข้าก็ย่อมตระหนัก และเกิดความเห็นแจ้ง ประจักษ์ชัด
ว่ากายใจนี้ จะอยู่ในสภาพใดๆก็ตาม ย่อมทนรักษาสภาพนั้นๆไม่ได้เลย
อนัตตา คือความไม่ใช่ตัวตน ไม่มีเจ้าของ สักแต่มีองค์ประกอบประชุมกัน
เมื่อเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ของกายใจ
ย่อมเกิดความรู้ ความมีสติที่จะเห็นตามจริงว่ากายใจไม่ใช่ตัวตน ไม่มีเจ้าของ
ไม่มีใครบัญชาว่าจงคงสภาพอย่างนี้ตลอดไป จงจำให้ได้อย่างนี้ถาวร
อีกประการหนึ่ง พระพุทธองค์ให้กำหนดรู้ความเป็นอนัตตาโดยตรง
ผ่านการเห็นแบบแยกแยะ ว่าอย่างนี้ตา อย่างนี้รูปที่ตาเห็น อย่างนี้อาการเห็น
เมื่อเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ลิ้ม ได้แตะ ได้คิดนึก
ก็เหมือนไม้สีกันเกิดไฟ ไฟไม่เป็นตัวของตัวเอง แยกไม้ออกไฟก็ดับ
เหมือนกับสุข ทุกข์ เฉย ย่อมไม่เกิดขึ้นเองลอยๆ แต่มีเหตุคือการประชุมกันของอายตนะ
เมื่อเห็นแจ้งก็เบื่อหน่าย คลายความยึดติดเสียได้ว่านั่นเป็นตัวเป็นตน
แต่ทราบชัดว่าสักว่ามีปรากฏการณ์เพราะเหตุปัจจัยประชุมกันเท่านั้น
ผู้เห็นแจ้งคือจิต ผู้เป็นอิสระคือจิต ผู้หลุดพ้นคือจิต